fos detox

fos detox หลักการ-ประโยชน์ของการล้างพิษตับ ชีวอโรคยา

fos detox หลักการ-ประโยชน์ของการล้างพิษตับ ชีวอโรคยา ข้อมูลที่ควรทราบ และต้องอ่าน ชีวอโรคยาเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่อ้างไว้ด้านล่าง ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการล้างพิษตับ ตับอ่อน ถุงน้ำดี ลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ ที่ ชีวอโรคยา อยากให้ผู้ที่สนใจเข้าคอร์สล้างพิษตับได้รับทราบก่อนตัดสินใจเข้าร่วมหลักสูตร ความจริงแล้วหลักสูตรล้างพิษตับ ของสันติอโศกนี้ เป็นการดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งหมดของร่างกายแต่ขอเรียกหลักสูตรนี้สั้นๆ ว่า “การล้างพิษตับ” หมายถึง การนำพิษออกจากร่างกายโดยกระตุ้นให้ตับและถุงน้ำดีขับพิษออกนอกร่างกายด้วยวิธีกินอาหารพลังงานต่ำ หรืออดอาหาร (ดื่มน้ำสมุนไพรแทน) และใช้ยาสมุนไพรซึ่งสามารถนำพิษออกได้มากกว่าวิธีอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่มีพิษสะสมในร่างกายปริมาณมาก เช่น เป็นนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในตับ หรือผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ โดยปกติร่างกายของคนเรามีกระบวนการกำจัดพิษออกจากร่างกายได้หลายวิธีเช่น การไอ การจาม มีขน มีเมือกโบกพัดเชื้อโรคออกจากร่างกายมีเม็ดเลือดขาวช่วยจับกินเชื้อโรค มีระบบภูมิคุ้มกันช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงและยังมีตับเป็นอวัยวะที่รวบรวมพิษและกำจัดพิษออก จากร่างกายอีกด้วยตับจึงมีความสำคัญต่อร่างกายมาก ตั้งอยู่ช่องท้องใต้ชายโครงขวา หนัก 1.3-3 กิโลกรัม ทำหน้าที่ในร่างกาย 40อย่าง และยังมีหน้าที่ย่อย 500 อย่าง เช่น fos detox.

fos detox

fos detox – เก็บสารที่ใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน ฟอส ดีท็อกซ์
– เก็บวิตามิน A , D , E , K, แร่ธาตุและไขมัน
– สร้างน้ำเหลือง ซึ่งเป็นตัวกลางในการนำพาเม็ดเลือดขาวให้เคลื่อนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย
– ควบคุมสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
– ขับของเสียที่เกิดจากปฏิกิริยาเมตาโบลิซึ่ม
– สร้างไลโปโปรตีน เอาไว้คอยส่งไขมันในเลือด
– สร้างโปรตีนทั้งแอลบูมินและโกลบูลิน
– ผลิตสารที่เป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือด(Clotting factors)
– ทำลายเม็ดเลือดแดงที่ใช้แล้ว
– แปรรูปโมเลกุลของฮีโมโกลบินที่ได้จากการทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุจากม้ามเพื่อสร้าง เป็นรงควัตถุน้ำดี (Bile pigment) เช่น บิลิรูบิน(Bilirubin) และบิลิเวอดิน (Bilivedin)
– หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การกำจัดพิษออกจากร่างกาย fos detox

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการล้างพิษตับ
ถ้าเราไม่รู้จักวิธีดูแลตับไม่รู้จักวิธีเอาพิษออก อาจทำให้ตับถูกทำลายด้วยพิษ ให้สูญเสียหน้าที่ต่างๆ ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้การเอาพิษออกจากตับ (Liverflushing) จึงเป็นวิธีการดูแลตับที่ดีมาก สามารถเอาพิษออกจากร่างกายได้ในปริมาณที่มากจึงมีประโยชน์ดังนี้คือ

1. ช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆหลายชนิดในร่างกายที่ช่วยตับในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
2. ป้องกันตับจากสารพิษ ยา สารเคมี หรือแอลกอฮอล์
3. ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกายปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัด ในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
4. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงสามารถต่อต้านเชื้อโรคและสิ่ง แปลกปลอม บรรเทาความรุนแรงของหวัด หรืออาการภูมิแพ้
5. ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น วิตามินซี
6. ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับและลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
7. ช่วยป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง fos detox ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ ทั่วร่างกาย
8. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง คอลลาเจน อิลาสติน เส้นเอ็นและความแข็งแรงการยืดหยุ่นของหลอดเลือด

ผู้ที่ควรล้างพิษตับคือผู้ที่มีอาการดังนี้
1.1 ทำได้ในผู้ที่มีอาการพิษสะสม เช่น
* อาการปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิดประจำ
* ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ คอ
* เบื่ออาหาร ท้องอืดบ่อย
* หน้าตาหมองคล้ำ ไม่ขาวสดใสผิวพรรณหยาบกร้าน
* มีแผลร้อนในในปากเป็นประจำ
* ดูดซึมสารอาหารจำพวกแป้งมากไปทำให้ร่างกายอ้วน
* ขับถ่ายและละลายสารพิษไม่ออก จะเกิดสิวเสี้ยนบนใบหน้า และฝ้าดำบนใบหน้า
* อ่อนเพลีย ง่วงนอนสมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม
* โรคท้องผูกและ ริดสีดวงทวาร
* สตรีมีรอบเดือนมาไม่ปรกติ
* ประสาทตึงเครียดและร่างกายไม่แข็งแรง บุรุษมีสมรรถภาพทางเพศเสื่อม
* ผิวหนังเป็นผื่นคันลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ผายลมบ่อย
* โรคเรื้อรัง เช่น โรคไตเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบตัน
* ภูมิแพ้การต้านทานการติดเชื้อโรคของเด็ก และผู้สูงอายุ
* ไตทำงานหนัก (จากการช่วยขับพิษยาตกค้างแทน)
1.2 ผู้เจ็บป่วยด้วยโรคหรือมีอาการต่างๆดังนี้
1. สิว
2. ไขมันในเลือดสูง
3. โรคผิวหนังผื่นคันต่างๆ
4. หอบ หืด
5. ภูมิแพ้
6. นิ่วตับและนิ่วถุงน้ำดีปวดท้องจากนิ่วถุงน้ำดี ซึ่งนิ่วจะเป็นตัวขัดขวางการทำงานของตับทำให้เกิดโรคต่างๆได้เช่นไขมันพอกตับ ตับแข็ง มะเร็งตับ ตับวาย
7. โภชนาการพร่อง
8. ปวดไหล่ ปวดหลังปวดแขน
9. ปวดท้อง ปวดตับ
10. ความดันโลหิตสูง
11. โรคหัวใจ เจ็บหน้าอก
12. โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารลำไส้แปรปรวน ท้องผูก
13. มะเร็งระยะเริ่มต้น
14. พาร์กินสัน
15. อัลไซเมอร์
16. ลมชัก
17. โรคอื่นๆที่เกี่ยวกับระบบเลือดลม เช่น น้ำเหลืองไม่ดี โรคเกี่ยวกับระบบเลือดต่างๆ
1.3. มีความเข้าใจในการล้างพิษตับ มีความอดทน
1.4. มีเวลาให้กับการล้างพิษตับเวลาที่เหมาะสมกับการล้างพิษตับควรเป็นดังนี้
– เวลาที่สะดวกไม่เร่งรีบ
– เป็นวันหยุดพักผ่อน ไม่มีเรื่องกดดันรอบข้าง
1.5 ข้อระมัดระวัง
– สำหรับผู้ที่ร่างกายเพลียมากๆเจ็บป่วยด้วยโรคเฉียบพลัน เช่น ไข้ ไข้หวัด โรคหัวใจบางชนิด เด็กในวัยเจริญเติบโต(เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่ร่างกายปรกติ) หญิงตั้งครรภ์ควรงดหรือเว้น

หลักสูตรนี้ต้องล้างลำไส้ก่อนล้างตับ
การล้างลำไส้ มีหลายขั้นตอน เช่น ให้งดอาหารเนื้อ นม ไข่ น้ำมันอาหารผัด ทอด หรืออดอาหารทุก อย่างโดยดื่มน้ำสมุนไพร แทนร่วมกับกินยาสมุนไพรล้างลำไส้หรือร่วมกับวิธีสวนล้างลำไส้ใหญ่ fos detox.