หลินจือมิน

หลินจือมิน นักวิจัยได้ค้นพบสารหลายชนิดในเห็ดหลินจือ

หลินจือมิน นักวิจัยได้ค้นพบสารหลายชนิดในเห็ดหลินจือที่ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด คือ Ganoderic Acid และ Lucidenic Acid ซึ่งสาร 2 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้แล้ว ยังป้องกันไม่ให้ไขมันอุดตันเส้นเลือดได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่ม Nucleotide ที่สามารถช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้อีกด้วยค่ะ ได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ญี่ปุ่นทดลองให้สารสกัดเห็ดหลินจือกับผู้ที่เป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง 70 ราย และทำการเก็บผลการทดลองหลังจากผ่านไป 3 เดือน พบว่าโคเรสเตอรอลของผู้รับการทดลองลดลงไปถึง 74% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลการวิจัยจากทั่วโลก และยังพบว่าเห็ดหลินจือนอกจากช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดแล้ว ยังส่งผลให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย ภาพไขมันในเส้นเลือด การที่เห็ดหลินจือสามารถจัดการกับภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงได้นั้น ได้รับการยืนยันจากนักวิจัยทั้งในญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และที่อื่นๆทั่วโลกแล้วว่าได้ผลจริงและไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเชื่ออีกต่อไป สุดท้ายนี้ก็ขอฝากไว้นะคะว่า ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงเป็นภาวะที่อันตรายเพราะสามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคน่ากลัวอื่นๆตามมาได้ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆตรวจเลือดแล้วพบภาวะนี้ก็ควรรีบจัดการตั้งแต่เนิ่นๆไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ หลินจือมิน.

หลินจือมิน

หลินจือมิน เพื่อนๆบางคนอาจสงสัยว่าโรคตับที่เห็ดหลินจือรักษาได้นี่หมายถึงโรคอะไรกันแน่ใช่ไหมคะ? โรคตับเป็นคำกว้างๆที่รวมโรคหลายอย่างเกี่ยวกับตับค่ะ เช่น ตับแข็ง มะเร็งในตับ และไวรัสตับอักเสบบี ก็ล้วนเป็นโรคตับทั้งสิ้น linhzhimin

เห็ดหลินจือ Vs โรคตับ

เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีสารสำคัญหลายกลุ่มที่มีฤทธิ์รักษาหรือบรรเทาโรคตับได้ครอบคลุมหลายโรค ดังนี้ สารกลุ่ม Polysaccharide ช่วยเสริมการทำงานของตับให้ดีขึ้นและป้องกันไม่ให้สารพิษเข้ามาทำลายตับ, กลุ่ม Triterpenoid สารกลุ่มนี้มีสารออกฤทธิ์หลักๆคือ Ganoderic acid และ Lucidenic acid ซึ่งช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว ต้านสารพิษ และช่วยหยุดการเติบโตของมะเร็งตับ, โปรตีน Lz-8 ช่วยรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี และสารกลุ่ม Germanium ซึ่งเป็นอีกตัวที่ช่วยรักษามะเร็งตับ หลินจือมิน
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รายงานว่าเห็ดหลินจือสามารถรักษาโรคตับได้ และยังมีการจดสิทธิบัตรยาบำรุงตับตัวหนึ่งที่เกาหลีใต้ ซึ่งยาดังกล่าวมีส่วนประกอบของสารกาโนโดสเทอโรนในเห็ดหลินจืออีกด้วย

สุดท้ายนี้ถ้าเพื่อนๆสงสัยว่า เอ…ถ้าไม่ได้เป็นโรคอะไรเกี่ยวกับตับแล้วจะยังทานเห็ดหลินจือได้หรือเปล่า? คำตอบคือได้ค่ะ เห็ดหลินจือไม่ได้รักษาโรคตับได้อย่างเดียว แต่ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ฯลฯ ได้อีกมากมายตามที่เขียนไว้ในบทความเห็ดหลินจือรักษาโรคในเว็บไซต์นี้ หรือจะทานแบบถือคติ กันไว้ดีกว่าแก้ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใดค่ะ

โรคภูมิแพ้คือโรคที่ร่างกายแพ้สารบางอย่างที่คนทั่วไปไม่แสดงอาการแพ้ เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดสนิทได้ ภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ในเด็กอายุ 5-15 จะพบโรคนี้ได้มากสุด

เห็ดหลินจือแนะนำ 8394347843

เมื่อร่างกายได้รับสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้สักอย่างหนึ่ง ร่างกายจะหลั่งสาร Histamine ออกมา ซึ่งสารตัวนี้จะไปทำให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ เช่น การเกิดผื่นคันหรือตุ่มตามตัว เพราะฉะนั้นถ้าเรายับยั้งการหลั่งสาร Histamine นี้ ก็จะทำให้ร่างกายไม่แสดงอาการแพ้ออกมา
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารสำคัญหลายตัวในเห็ดหลินจือที่สามารถจัดการกับอาการแพ้จากโรคภูมิแพ้ได้โดยตรง ด้วยการยับยั้งการผลิตสาร Histamine ไม่ให้ถูกผลิตออกมา สารสำคัญดังกล่าวคือ สารกลุ่ม Polysaccharide และสารกลุ่ม Triterpenoid ชนิดขม(Bitter Triterpenoids)

โดยสารกลุ่ม Polysaccharide จะยับยั้งการผลิต Histamine ได้ด้วยการทำให้สาร Interleukins และสาร Immunoglobulin ในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งสองตัวนี้จะไปต้านสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ส่วนสารกลุ่ม Bitter Triterpenoids จะยับยั้งกระบวนการผลิตสาร Histamine ได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้(27 มิ.ย. 56) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เชิญชวนคนที่เป็นโรคหรือมีอาการที่เป็นภูมิแพ้ให้เข้าร่วมการทดสอบรักษาด้วยการใช้เห็ดหลินจือ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย! สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กลิงค์ข้างบนได้เลยค่ะ

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เพื่อนๆที่กำลังอ่านอยู่คงเข้าใจและเห็นด้วยกันทุกคนใช่ไหมคะ แต่เพื่อนๆอาจกำลังสงสัยกันอยู่ว่า แล้วจะต้องทำยังไงให้ไม่ป่วยหล่ะ? คำตอบคือ หลินจือมิน ทำให้ตัวเพื่อนๆเองมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงไงหล่ะคะ! ซึ่งก็จะเป็นผลพวงจากการดูแลสุขภาพ แล้วเห็ดหลินจือจะมีผลยังไงเดี๋ยววันนี้จะค่อยๆไขให้กระจ่าง ติดตามอ่านย่อหน้าถัดไปได้เลยค่ะ

เห็ดหลินจือช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกันคือกลไกการกำจัดเชื้อโรค สารเคมีแปลกปลอม เซลล์มะเร็ง และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆที่จะเข้ามาทำอันตรายร่างกายเรานั่นเองค่ะ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆมีระบบภูมิคุ้มกันดีก็จะไม่ป่วยง่าย หรือถ้าป่วยก็จะฟื้นเร็ว แต่ถ้าระบบภูมิคุ้มกันไม่ดีก็จะป่วยบ่อยและเป็นหนักกว่าคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง มาถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆคงเห็นความสำคัญของการมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกันแล้วทุกคนใช่ไหมคะ เรามาต่อกันในประเด็นหลักเลยดีกว่าค่ะ ว่าเห็ดหลินจือจะมีส่วนช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้ยังไง
คนจีนโบราณใช้เห็ดหลินจือมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าทำไมคนที่ทานเห็ดหลินจือถึงมีอายุยืนและแข็งแรงไม่ค่อยเป็นโรค ตอนนี้เราสามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสารกลุ่ม Polysaccharide ในเห็ดหลินจือนั้นสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเราได้จริง สารกลุ่มดังกล่าวสามารถกระตุ้นการสร้างสาร Interleukin และ Immunoglobulin ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันดีและแข็งแรงขึ้น

ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกเสริมด้วยสาร Polysaccharide ในเห็ดหลินจือจะสามารถต้านไวรัส เซลล์มะเร็ง และกำจัดสารอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้คนที่ถูกผลข้างเคียงที่โดนยาต้านมะเร็งบางตัวและการทำคีโมกดภูมิคุ้มกันให้มีระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นอีก และเห็ดหลินจือยังมีสารออกฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเชื้อ HIV อีกด้วย ซึ่งสารกลุ่มดังกล่าวคือกลุ่ม Bitter Triterpenoids

เพื่อนๆคงเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ว่ายาดีแค่ไหนก็ต้องมีผลข้างเคียงไม่มากก็น้อย และจากบทความที่กิ๊กได้เขียนให้เพื่อนๆได้อ่าน คงทราบแล้วว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณมากมายจนหลายคนคงอึ้งกันไปเลยทีเดียว ในส่วนนี้จะขอเล่าให้ฟังค่ะว่าเห็ดหลินจือนี่จริงๆแล้วสามารถใช้ติดต่อกันได้นานไหม เป็นสมุนไพรดาบสองคมที่มีผลข้างเคียงหรือเปล่า เชิญอ่านย่อหน้าถัดไปได้เลยค่ะ

เห็ดหลินจือมีผลข้างเคียงหรือไม่

เนื่องจากเห็ดหลินจือมีสรรพคุณเยอะมาก และถูกนำไปใช้ทำเป็นยาหลายตัว ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้สนใจทำวิจัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงมาช้านานแล้ว จากผลการวิจัยจากที่ต่างๆสรุปได้ว่า การบริโภคเห็ดหลินจือนั้นมีความปลอดภัย และสามารถใช้ได้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ข้อยืนยันนี้คนไทยเราก็คอนเฟริ์มเองมานานแล้วค่ะ เช่นจากงานวิจัยเห็ดหลินจือเมื่อปี 2008 ของคณะเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล แต่อย่างไรก็ตามบางคนที่ทานเห็ดหลินจือในช่วงแรกๆกลับรายงานว่ามีอาการบางอย่างแสดงออกมา เช่น เวียนหัว ท้องผูก ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ อาการเหล่านี้เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดจากการที่เห็ดหลินจือเข้าไปทำการกำจัดสารพิษในร่างกาย หากเจออาการดังกล่าว ให้ลดการทานเห็ดหลินจือลงไปสัก 2-3 วันและทานวิตามินซีเข้าไปด้วย อาการตอบรับจะค่อยๆบรรเทาลง

ทางหมอมวลชนบอกว่า บางคนทานแล้วจะท้องเสียเนื่องจากเห็ดหลินจือได้ขับสารพิษออกจากร่างกาย แต่จะเป็นแค่ 2-3 วันเท่านั้น บางคนอาจมีอาการรู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบาย นอนไม่หลับ ผื่นขึ้น หรือเวียนศรีษะ อาการนี้ทางหมอมวลชนอธิบายว่าเกิดจากการที่ Germanium พาสารพิษออกจากร่างกายเราทางปัสสาวะ แต่อาการเหล่านี้จะอยู่ได้เพียง 1-2 สัปดาห์ ซึ่งในขณะเกิดอาการเหล่านี้ให้ทานน้ำมากๆแต่ไม่ต้องหยุดทานเห็ดหลินจือ และยืนยันว่าเห็ดหลินจือไม่มีความเป็นพิษ ไม่อันตรายจากการทานอย่างต่อเนื่องนานๆ

หากจะถามหาเห็ดที่มีสรรพคุณดีเด่น และเป็นยาจีนที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่สมัยฮ่องเต้ เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึง “เห็ดหลินจือ” อย่างแน่นอน เพราะเราจะได้ยินชื่อนี้กันบ่อยเหลือเกินในอาหารเสริมต่างๆ และถูกนำไปเป็นสารสกัดเพื่อบำรุงร่างกายเยอะมากๆ แล้วเห็ดหลินจือมีดีอย่างไร บทความนี้มีคำตอบเกี่ยวกับสรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดหลินจือมาฝากค่ะ หลินจือมิน.