omg

omg ไวอากร้า เป็นชื่อการค้าของยาเม็ด ซิลดีนาฟิล

omg ไวอากร้า เป็นชื่อการค้าของยาเม็ด ซิลดีนาฟิล (Sildenafil citrate) ผลิตโดยบริษัทยาไฟเซอร์ ซึ่งผลิตออกมาลักษณะเป็นยาเม็ดสีฟ้ารูปทรงเพชร ใช้รักษาอาการ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย กลับสู่ปกติในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 60-70) ยานี้ออกฤทธิ์โดยการช่วยคงสภาพการขยายตัว ของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย (เฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ) ให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ซึ่งในผู้ป่วยที่มีปัญหาเหล่านี้การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศจะเกิด ขึ้นได้น้อย และเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเพียงพอต่อการร่วมเพศ การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายเป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอด เลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างการสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิกจีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง แล้วจะถูกทำลายลง มิฉะนั้น จะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก สารที่ทำหน้าที่ทำลายมีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ มีชื่อว่า ฟอสโฟ ไดเอสเตอเรส-5 ซึ่งยา Viagra® จะออกฤทธิ์โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์นี้ ดังนั้น ไซคลิก-จีเอ็มพี จะถูกทำลายน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ต่อไป สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว สารทั้งสองจะทำงานเป็นไปอย่างสมดุล ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นนานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความสมดุลนี้จะเสียไป ทำให้ยาไวอากร้าแก้ปัญหาดังกล่าวว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น omg. omg ผลเสียที่ใช้ยาไวอากร้า โอเอ็มจี 1.) ตาบาอดสี ทำให้ไม่สามารถแยกสีเขียวและสีฟ้าได้ 2.) อาจทำให้ตาบอดได้ 3.) สะสมสารพิษที่ตับ 4.) ปวดศีรษะ 5.) ความดันโลหิตต่ำ 6.) หัวใจวาย 7.) เส้นโลหิตในสมองแตก 8.) เสียชีวิต 9.) เกิดอาการดื้อยาและไม่มีอารมณ์ทางเพศ คลายกังวล “นกเขาไม่ขัน” omg การ ไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30 % ในหนุ่มไทย ชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัว โดยมีถึงสองในสามที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีผู้กำลังเผชิญกับโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มากกว่า 3 ล้านคน ผู้ชาย ที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ความต้องการทางเพศ หรือความสนใจทางเพศลดลง การหลั่งน้ำอสุจิผิดปกติ การหลั่งเร็ว หรือหลั่งช้าผิดปกติ เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จนไม่สามารถคงความแข็งตัวขององคชาตเพื่อใช้งานได้ ปัญหาสำคัญในการเริ่มต้นแก้ไขนั่นก็คือ อย่าอายที่จะนำปัญหาดังกล่าวมาพบแพทย์ หรือไม่ควรคิดว่าไม่มีทางในการรักษา และสุดท้ายก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา omg ซึ่งหากพูดถึงกลุ่มปัญหาข้างต้น เราจะเรียกกลุ่มโรคนี้ว่า “โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ” ปัญหาทั้งหมดนี้ มักเกิดขึ้นได้ในผู้ชายทั่วโลก ส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาก็มักเขินอายที่จะไปพบแพทย์ ต้องบอกก่อนว่า ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดซ้ำซ้อนกันได้ เพราะบางรายอาจมีปัญหามากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน แต่ข่าวดีคือปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ และจะช่วยให้ผู้ชายและคู่สมรส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขมากขึ้น ผลจากการสำรวจชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหา(ED) การไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่ โรคเบาหวาน-Diabetes มีโอกาสเกิด (ED) 70-75% โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง Hypertension มีโอกาสเกิด (ED) 80-85% โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ Cardiovascular disease มีโอกาสเกิด (ED) 95-100% ถ้าหากตรวจพบว่าถ้าป่วยเป็นโรคทางกาย หมอจะรักษาโรคที่นั้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การดื่มเหล้ามากเกินไป การกินยาลดความดันบางชนิด…

instantly ageless

instantly ageless วิธีแก้ขอบตาดํา หาสาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง

instantly ageless วิธีแก้ขอบตาดํา หาสาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง การรักษาผิวใต้ตาหมองคล้ำทำให้กลับมาสดใสดังเดิม ก็ควรเริ่มจากหาสาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากรอยคล้ำใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ และแต่ละสาเหตุจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ผู้ที่มีปัญหารอยคล้ำใต้ตาจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุรอยคล้ำใต้ตาก่อน เพื่อจะได้เลือกวิธีการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เช่น หากขอบตาดำเป็นเพราะการขยี้ตาบ่อย ๆ ก็ให้เลิกขยี้ตา หรือเป็นเพราะแพ้เครื่องสำอาง ก็ให้ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางก่อนการใช้ หรือถ้าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย อดหลับอดนอน ก็พักผ่อนนอนหลับให้มาก ๆ ฯลฯ ดูแลตัวเอง โดยเริ่มจากการลดบริโภคอาหารไม่มีประโยชน์ แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์แทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ดื่มน้ำมะเขือเทศที่ผสมกับน้ำมะนาวและเกลือ (อาจใส่ใบมิ้นต์ลงไปด้วยเล็กน้อย) เน้นเพิ่มอาหารที่มีวิตามินซีในทุกมื้ออาหาร หรือนำแคร์รอตไปวางไว้ในน้ำร้อนสักพัก แล้วดื่มน้ำนั้นก่อนอาหาร 3 ครั้งต่อวันก็ได้ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหารอบตาดำคล้ำได้, รวมไปถึงการดื่มน้ำให้มาก ๆ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น, หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ, เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่มีอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย และทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา, หลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะผิวใต้ตาจะอ่อนบางกว่าบริเวณอื่น ๆ หากถูกแสงแดดมาก ๆ ผิวส่วนนั้นก็จะบางลงจนมองเห็นเส้นเลือดดำใต้ผิวได้, หาวิธีกำจัดความเครียดพร้อมทั้งนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะช่วงเวลาที่เราหลับกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการซ่อมแซมร่างกาย ดวงตาเองก็จะได้รับการซ่อมแซมเช่นกัน โดยคุณควรนอนหลับ 6-8 ชั่วโมงทุกคืนจะดีที่สุด อ้อ..เพิ่มเติมอีกนิด การหนุนหมอนมีคำแนะนำว่าให้คุณหนุนหมอนในขนาดพอเหมาะที่สามารถยกให้ศีรษะสูงขึ้นเหนือระดับของหัวใจเล็กน้อย และให้นอนในท่าหงาย เพื่อช่วยป้องกันของเหลวที่ไหลมารวมกันอยู่บริเวณศีรษะ instantly ageless. instantly ageless รอยคล้ำจางหายด้วยนิ้วมือ เป็นวิธีที่ง่ายสุดในการช่วยขจัดปัญหารอยคล้ำรอบดวงตาที่มีสาเหตุมาจากการที่เลือดไหลเวียนไม่ดี วิธีนี้ให้คุณใช้นิ้วชี้กดเบา ๆ ที่ใต้ตาด้านล่างช้า ๆ จากซ้ายไปขวา โดยให้ทำซ้ำไปมาประมาณ 10 ครั้ง และควรทำหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งวิธีนี้จะช่วยไล่ความคล้ำที่เกาะอยู่รอบดวงตาให้จางหายไปได้ ส่วนอีกวิธีให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น นำมาประคบบนเปลือกตาประมาณ 5 นาที แล้วให้ล้างด้วยน้ำเย็นจัด จากนั้นให้หลับตาลงพร้อมกับใช้นิ้วกลางกดที่หางคิ้วทั้งสองข้าง แล้วใช้นิ้วโป้งกดเบ้าตาช่วงหัวตาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที ค่อย ๆ ปล่อยแล้วกดลงไปใหม่ทำซ้ำกันประมาณ 5-10 ครั้ง ต่อมาให้ใช้นิ้วกลางกดที่สันจมูก ช่วงหัวตาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อย ๆ ปล่อยแล้วกดลงไปใหม่ ทำซ้ำกันประมาณ 5-10 ครั้ง ageless สูตรบำรุงรอบตาให้สวยได้ในข้ามคืน วิธีแรกให้ใช้วุ้นว่านหางจระเข้สด ๆ นำมาทาใต้ตา แล้วนวดเป็นวงกลม ทิ้งไว้แบบนั้นแล้วเข้านอน จะช่วยแก้ปัญหารอบตาคล้ำได้ หรืออีกวิธีให้ใช้น้ำสะระแหน่นำมาทารอบดวงตาก่อนเข้านอน ซึ่งจะช่วยทำให้รอบดวงตาที่ดำคล้ำค่อย ๆ จางหายไป ส่วนวิธีสุดท้ายให้ใช้ผงจันทน์เทศนำมาผสมกับนมสด แล้วนำมาทาใต้ตาพอกทิ้งไว้ข้ามคืน พอตื่นเช้ามาก็จะพบกับรอบดวงตาอันสดใสและไม่ดำคล้ำ ครีมลดถุงใต้ตา ทรีตเมนต์เบา ๆ แต่ได้ผล มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน วิธีแรกให้คุณนำสำลีกลม ๆ จุ่มลงในน้ำเย็นหรือน้ำกุหลาบ วางทิ้งไว้บนเปลือกตาประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก, ส่วนวิธีที่สองให้คุณใช้เกลือ 1 ช้อนชา นำมาผสมกับน้ำร้อนครึ่งถ้วย แล้วใช้ผ้านุ่ม ๆ หรือสำลีชุบน้ำเกลือและบีบน้ำออกเล็กน้อย แล้วนำมาปิดเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที, วิธีที่สามให้นำช้อนที่แช่เย็นจัดมาวางไว้บนเปลือกตาสักพัก เพื่อช่วยคลายอาการรอบดวงตาที่ดำคล้ำ, วิธีที่สามให้ใช้ช้อนเหล็กปาดวาสลีนออกมาแล้วนำไปแช่แข็งให้เย็นจัด แล้วจึงนำวาสลีนนั้นมาทารอบดวงตา ส่วนอีกวิธีให้นำผักชีฝรั่งไปวางไว้บนถาดทำน้ำแข็งที่มากับตู้เย็น พร้อมกับเติมน้ำลงไปเพื่อทำเป็นน้ำแข็งก้อน แล้วนำก้อนน้ำแข็งที่มีผักชีฝรั่งอยู่ในน้ำแข็งนั้นมาลูบ ๆ วน ๆ รอบดวงตาที่ดำคล้ำ สารคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในผักชีฝรั่งจะช่วยขจัดรอยคล้ำใต้ตาได้ รวมทั้งน้ำแข็งยังช่วยลดอาการตาบวมได้อีกด้วย instantly…

fos detox

fos detox หลักการ-ประโยชน์ของการล้างพิษตับ ชีวอโรคยา

fos detox หลักการ-ประโยชน์ของการล้างพิษตับ ชีวอโรคยา ข้อมูลที่ควรทราบ และต้องอ่าน ชีวอโรคยาเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่อ้างไว้ด้านล่าง ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการล้างพิษตับ ตับอ่อน ถุงน้ำดี ลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ ที่ ชีวอโรคยา อยากให้ผู้ที่สนใจเข้าคอร์สล้างพิษตับได้รับทราบก่อนตัดสินใจเข้าร่วมหลักสูตร ความจริงแล้วหลักสูตรล้างพิษตับ ของสันติอโศกนี้ เป็นการดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งหมดของร่างกายแต่ขอเรียกหลักสูตรนี้สั้นๆ ว่า “การล้างพิษตับ” หมายถึง การนำพิษออกจากร่างกายโดยกระตุ้นให้ตับและถุงน้ำดีขับพิษออกนอกร่างกายด้วยวิธีกินอาหารพลังงานต่ำ หรืออดอาหาร (ดื่มน้ำสมุนไพรแทน) และใช้ยาสมุนไพรซึ่งสามารถนำพิษออกได้มากกว่าวิธีอื่นๆ เหมาะสำหรับคนที่มีพิษสะสมในร่างกายปริมาณมาก เช่น เป็นนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในตับ หรือผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ โดยปกติร่างกายของคนเรามีกระบวนการกำจัดพิษออกจากร่างกายได้หลายวิธีเช่น การไอ การจาม มีขน มีเมือกโบกพัดเชื้อโรคออกจากร่างกายมีเม็ดเลือดขาวช่วยจับกินเชื้อโรค มีระบบภูมิคุ้มกันช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงและยังมีตับเป็นอวัยวะที่รวบรวมพิษและกำจัดพิษออก จากร่างกายอีกด้วยตับจึงมีความสำคัญต่อร่างกายมาก ตั้งอยู่ช่องท้องใต้ชายโครงขวา หนัก 1.3-3 กิโลกรัม ทำหน้าที่ในร่างกาย 40อย่าง และยังมีหน้าที่ย่อย 500 อย่าง เช่น fos detox. fos detox – เก็บสารที่ใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน ฟอส ดีท็อกซ์ – เก็บวิตามิน A , D , E , K, แร่ธาตุและไขมัน – สร้างน้ำเหลือง ซึ่งเป็นตัวกลางในการนำพาเม็ดเลือดขาวให้เคลื่อนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย – ควบคุมสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย – ขับของเสียที่เกิดจากปฏิกิริยาเมตาโบลิซึ่ม – สร้างไลโปโปรตีน เอาไว้คอยส่งไขมันในเลือด – สร้างโปรตีนทั้งแอลบูมินและโกลบูลิน – ผลิตสารที่เป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือด(Clotting factors) – ทำลายเม็ดเลือดแดงที่ใช้แล้ว – แปรรูปโมเลกุลของฮีโมโกลบินที่ได้จากการทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุจากม้ามเพื่อสร้าง เป็นรงควัตถุน้ำดี (Bile pigment) เช่น บิลิรูบิน(Bilirubin) และบิลิเวอดิน (Bilivedin) – หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การกำจัดพิษออกจากร่างกาย fos detox ประโยชน์ที่จะได้รับจากการล้างพิษตับ ถ้าเราไม่รู้จักวิธีดูแลตับไม่รู้จักวิธีเอาพิษออก อาจทำให้ตับถูกทำลายด้วยพิษ ให้สูญเสียหน้าที่ต่างๆ ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้การเอาพิษออกจากตับ (Liverflushing) จึงเป็นวิธีการดูแลตับที่ดีมาก สามารถเอาพิษออกจากร่างกายได้ในปริมาณที่มากจึงมีประโยชน์ดังนี้คือ 1. ช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆหลายชนิดในร่างกายที่ช่วยตับในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย 2. ป้องกันตับจากสารพิษ ยา สารเคมี หรือแอลกอฮอล์ 3. ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกายปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัด ในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ 4. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงสามารถต่อต้านเชื้อโรคและสิ่ง แปลกปลอม บรรเทาความรุนแรงของหวัด หรืออาการภูมิแพ้ 5. ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น วิตามินซี 6. ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับและลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด 7. ช่วยป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง fos detox ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ ทั่วร่างกาย 8. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง คอลลาเจน อิลาสติน เส้นเอ็นและความแข็งแรงการยืดหยุ่นของหลอดเลือด ผู้ที่ควรล้างพิษตับคือผู้ที่มีอาการดังนี้ 1.1 ทำได้ในผู้ที่มีอาการพิษสะสม เช่น * อาการปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิดประจำ * ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ คอ * เบื่ออาหาร ท้องอืดบ่อย…

shania กล่องเขียว

shania กล่องเขียว ตับเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมระบบการเผาผลาญ

shania กล่องเขียว ตับเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมระบบการเผาผลาญอาหารภายในร่างกาย สังเคราะห์ และหลั่งเอ็นไซม์เพื่อช่วยในการย่อยและการดูดซึม (เมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน) เก็บสารที่ใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน เก็บวิตามิน A D E K แร่ธาตุต่างๆ และไขมัน ควบคุมสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และกำจัดสารพิษต่างๆ ภายในร่างกาย เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงตับมาจาก 2 แหล่ง ได้แก่ เส้นเลือดแดงที่มาจากหัวใจและเส้นเลือดดำที่มาจากบริเวณลำไส้ โดยจะนำสารอาหารรวมทั้งสารพิษต่างๆ มายังตับก่อนที่จะไหลเวียนไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย สารพิษต่างๆ ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ทั้งจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารต่างๆ เช่น สารกันบูด สี สารปรุงแต่งรสและกลิ่น ยาฆ่าแมลง และเชื้อรา เป็นต้น รวมทั้งการสูดดมและการซึมผ่านผิวหนังของสารพิษในสภาพแวดล้อม หรือแม้แต่สารพิษที่ร่างกายผลิตเองจะถูกส่งไปยังตับ เพื่อทำการขจัดสารพิษ เมื่อตับได้รับสารพิษที่มีปริมาณมากจนขับสารพิษออกไม่ทัน สารพิษเหล่านั้นก็จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด ทั้งนี้การล้างพิษตับ (Liver Detoxification) จะช่วยให้ตับฟื้นฟูตัวเอง ทำให้ร่างกายกลับมาทำงานได้เป็นปกติเร็วขึ้น shania กล่องเขียว. shania กล่องเขียว ประโยชน์ที่ได้รับจากการล้างพิษตับ ชาเนีย กล่องเขียว ช่วยสร้างเอ็นไซม์หลากหลายชนิด ที่ทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ปกป้องตับจากสารพิษ ยา สารเคมี และแอลกอฮอล์ ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกาย ปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์จากสารอนุมูลอิสระโดยเฉพาะเซลล์ตับ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง สามารถต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เพื่อบรรเทาความรุนแรงของหวัดหรืออาการภูมิแพ้ shania กล่องเขียว ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อนำกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น วิตามินซี เป็นต้น ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับ และลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ช่วยป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง คอลลาเจน อิลาสติน เส้นเอ็น และความแข็งแรงยืดหยุ่นของหลอดเลือด การล้างพิษตับเหมาะกับใคร เหมาะสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ และผู้ที่รับประทานอาหารไม่ถูกหลักอนามัย เช่น อาหารรสจัด ปิ้ง ย่าง กลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหาร ผู้ที่มีความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและมีสารพิษสะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ตับทำงานหนัก และนำไปสู่การเกิดโรคและภาวะต่างๆ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง ฝีในตับ โรคเบาหวาน เป็นต้น วิธีการล้างพิษตับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้น้ำเกลือผ่านทางหลอดเลือดดำ ซึ่งมีวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนที่จะช่วยในการสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะกลูต้าไธโอน (Glutathione) ที่ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย โดยเข้าไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ เช่น สารโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ยาบางชนิด แอลกอฮอล์ ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ จากนั้นตับจะขับสารพิษจำนวนมากออกมาทางลำไส้ และขับออกจากร่างกายในรูปอุจจาระ แต่จะมีสารพิษบางส่วนถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกทางไต ดังนั้นในระหว่างที่ตับขจัดสารพิษนั้น ไตก็จะทำงานหนักมากขึ้น เนื่องจากมีสารพิษจำนวนมากที่จะออกจากตับเข้าสู่ไต ผู้ที่รับการล้างพิษตับ จึงต้องมีสภาพการทำงานของไตที่สมบูรณ์ด้วย คีเลชั่นบำบัด (Chelation therapy) คืออะไร คีเลชั่น คือการขจัดของเสียจากร่างกายโดยเฉพาะโลหะหนัก ซึ่งใช้สารเคมีที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายโดยผ่านกระบวนการต่างๆ ที่แพทย์แนะนำให้ใช้ตามความเหมาะสม เช่น ผ่านการกิน (DMSA) ผ่านการเหน็บก้น และการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ สารประกอบทางเคมีที่ให้เป็นประเภทกรดอะมิโนที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตู ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญในการจับสารโลหะหนักเช่น ตะกั่ว…

วิตามินซี 1000

วิตามินซี 1000 วิตามินซีที่มีขายตามท้องตลาด มีทั้งชนิดที่สกัดมาจากธรรมชาติ

วิตามินซี 1000 วิตามินซีที่มีขายตามท้องตลาด มีทั้งชนิดที่สกัดมาจากธรรมชาติ (natural vitamin C) และจากการสังเคราะห์ทางเคมี (synthetic vitamin C) โดยทั้งสองรูปแบบมีข้อแตกต่างกันดังนี้ วิตามินซีจากธรรมชาติ ได้มาจากการสกัดผักและผลไม้ต่าง ๆ มีความเป็นกรดที่ต่ำกว่าแบบที่ได้จากการสังเคราะห์ ซึ่งจะช่วยลดอาการระคายเคืองในทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้ยังมีสารไอโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoids) ซึ่งจะช่วยในการดูดซึมวิตามินซี และช่วยเพิ่มความแข็งของหลอดเลือดฝอยในร่างกาย วิตามินซีสังเคราะห์ ได้มาจากการสังเคราะห์ทางเคมี สูญสลายจากกระบวนการอ๊อกซิเดชั่น (oxidation) ได้ง่าย มีความเป็นกรดสูงกว่า อาจระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ง่าย มีข้อดี คือ ราคาถูก และหาซื้อได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีการนำวิตามินซีสังเคราะห์ มาทำปฏิกิริยากับสารอื่น ๆ เพื่อลดความเป็นกรด ซึ่งจะมีเกิดความระคายเคืองทางเดินอาหารลดลง แม้ว่ารูปแบบของวิตามิน ที่มาจากธรรมชาติ และที่มาจากการสังเคราะห์ อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน แต่จากการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบ ไม่พบว่าทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกัน ในแง่ของประสิทธิภาพและการออกฤทธิ์ในร่างกาย วิตามินซี 1000. วิตามินซี 1000 วิธีกินวิตามินซี acerola cherry รูปแบบของวิตามินซี ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ แบบเม็ด (tablets) แคปซูล (capsules) และแบบเม็ดเคี้ยว (chewable tablets) นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายในรูปแบบผงฟู่และชนิดเหลว โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ มักจะมีวิตามินซีในปริมาณ 25 ถึง 1,000 มิลลิกรัม อะเซโรล่า เชอรี่ จากการศึกษาค้นพบว่า การดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายจะลดลง เมื่อขนาดรับประทานต่อวันเพิ่มสูงขึ้น โดยจะมีอัตราการดูดซึมอยู่ที่ร้อยละ 70 ถึง 80 เมื่อรับประทานในขนาด 30 ถึง 180 มิลลิกรัมต่อวัน และจะลดลงเหลือร้อยละ 50 เมื่อรับประทาน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน วิตามินซี กินตอนไหน วิตามินซี 1000 โดยทั่วไปวิตามินซีสามารถรับประทานตอนท้องว่างได้ แต่ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น ความรู้สึกไม่สบายท้อง แสบร้อนหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน อาจรับประทานพร้อมอาหารได้ และควรลดขนาดรับประทานต่อครั้ง โดยอาจแบ่งรับประทานครั้งละ 250 ถึง 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ถึง 3 ครั้ง การรับประทานในขนาดที่เหมาะสมตามความต้องการของร่างกาย นอกจากจะทำให้มีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังป้องกันการเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน (๊US Recommended Dietary Allowance หรือ USRDA) ของวิตามินซี มีดังต่อไปนี้ วัย ช่วงอายุ เพศชาย (มิลลิกรัม/วัน) เพศหญิง (มิลลิกรัม/วัน) ทารก 0 ถึง 6 เดือน 40 (AI*) 40 (AI) ทารก 7 ถึง 12 เดือน 50 (AI) 50 (AI) เด็ก 1 ถึง 3 ปี 15…

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง เพราะสมองเราทำงานหนัก ทุกวัน

flow อาหารเสริมบำรุงสมอง เพราะสมองเราทำงานหนัก ทุกวัน เราจึงต้องบำรุงรักษาสมองของเราให้ว่องไว ฉลาดปราดเปรื่องไปนาน ๆ ใครที่เริ่มหลง ๆ ลืม ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังหนุ่มยังสาว ต้องรีบดูแลสมองของคุณโดยด่วน ส่วนวิธีการก็ไม่ยากเย็นแต่อย่างใด เพียงเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมอง ดังต่อไปนี้ 1. สร้างเซลส์สมองด้วยโอเมก้า-3 เซลส์สมองของเราส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยไขมันจำเป็นที่เรียกว่า โอเมก้า-3 ช่วยในการสร้างเสริมและซ่อมแซมเซลส์สมอง โดยเราสามารถหาโอเมก้า-3 ได้จากอาหารต่อไปนี้ แซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันแฟลกซีด น้ำมันคาโนลา วอลนัท จมูกข้าวสาลี ไข่ 2. ปกป้องสมองด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อเราอายุมากขึ้น อนุมูลอิสระในกระแสเลือดจะทำลายเซลส์สมองของเรา ถ้าเราไม่ต่อสู้กับมัน ความจำของเราก็จะค่อย ๆ เสื่อมลงไปตามกาลเวลา เราจึงต้องกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวก บลูเบอร์รี่และผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ บร็อคโคลี่ แครอท กระเทียม องุ่นแดง ปวยเล้ง ถั่วเหลือง ชา มะเขือเทศ โฮลเกรน flow อาหารเสริมบำรุงสมอง. flow อาหารเสริมบำรุงสมอง 3. เพิ่มพลังสมองด้วยโปรตีนและไทโรซีน สมองของเราไม่ได้มีแค่เซลส์ประสาท แต่ยังมีสารสื่อประสาททำหน้าที่เหมือนแมสเซนเจอร์ส่งสัญญาณจากเซลล์ประสาท เซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง หากเรามีสารสื่อประสาทน้อยเกินไป สมองเราก็จะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เรามาเพิ่มสารสื่อประสาทด้วยการกินอาหารต่อไปนี้กันดีกว่า ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ อาหารทะเล ถั่วเหลือง 4. หล่อเลี้ยงสมองด้วยน้ำ น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ร่างกายที่ต้องการน้ำ แต่รวมถึงสมองของเราด้วย เพราะการขาดน้ำมีผลต่อสมองทำให้ความสามารถในการจดจำลดลง ถ้าอยากสมองดีเราต้องดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตร หรือ 6 – 8 แก้วต่อวัน flow อาหารเสริมบำรุงสมอง 5. บำรุงสมองด้วยวิตามินและเกลือแร่ ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิดที่จำเป็นต่อการทำงานของสมอง อาทิ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินซี ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินและเกลือแร่เหล่านี้สามารถหาได้จากอาหารที่เรากินเข้าไปอยู่แล้ว แต่ก็สามารถเสริมได้ด้วยการกินวิตามินรวมพร้อมอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี ทำให้ร่างกายและสมองนำวิตามินเหล่านี้ไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น 6. ควบคุมการทำงานของสมองด้วยไฟเบอร์ ไฟเบอร์มีความสำคัญต่อสมองของเราอย่างมาก เพราะไฟเบอร์ช่วยในการทำงานของสมอง ควบคุมการดูดซึมน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ และในปริมาณที่เหมาะสม อาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่จะช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือดของเราได้ดี ได้แก่ อาหารบำรุงสมองผลไม้แห้ง เช่น แอพริคอต ลูกพรุน ลูกเกด ผัก เช่น บล็อคโคลี่ ถั่วเขียว ปวยเล้ง ถั่วต่าง ๆ อัลมอนด์ และแฟลกซ์ซีด ผลไม้ เช่น อโวคาโด กีวี ส้ม ลูกแพร์ แอปเปิล ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวกล้อง วิตามินและเกลือแร่เหล่านี้สามารถหาได้จาก อาหารที่เรากินเข้าไปอยู่แล้ว แต่ก็สามารถเสริมได้ด้วยการกินวิตามินรวมพร้อมอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี ทำให้ร่างกายและสมองนำวิตามินเหล่านี้ไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น อาหาร เพื่อสมองสดใส เมื่อเร็ว ๆ นี้เห็นมีข่าวเด็กไทย IQ ต่ำ เพราะว่าขาดไอโอดีน แต่รู้มั้ยว่านอกจากนั้นแล้ว สมองของเรายังต้องการสารอาหารอีกมากมาย เพื่อให้เฉียบแหลมอยู่เสมอ 1.บลูเบอร์รี่ ลูกเบอร์รี่ต่าง ๆ คือหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เรา…

super nano collagen

super nano collagen คอลลาเจน ไม่ว่ายี่ห้อไหน หรือกินตอนไหน

super nano collagen คอลลาเจน ไม่ว่ายี่ห้อไหน หรือกินตอนไหน ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน ประโยชน์ของการกินคอลลาเจนนั้นคอลลาเจน จะเป็นสารที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว จะช่วยให้ร่างกายไปเสริมยึด สร้างความยืดหยุ่นแก่ร่างกาย ให้ผิวพรรณที่เหี่ยวย่น กลับมาเต่งตึงได้อีกครั้ง และกระตุ้นเสริมให้มีความยืดหยุ่น น่าสัมผัส ผิวเนียนละเอียด เหมือนในผิวของเด็กที่ยังมีคอลลาเจนอยู่มาก นอกจากนั้นแล้ว เมื่อผิวเต่งตึง นุ่มเนียนน่าสัมผัสแล้ว สิ่งที่ตามมา นั่นก็คือ ผิวจะอมชมพูขึ้น และดูกระจ่างใส ขาวใสขึ้นได้ด้วย พอทราบแบบนี้ ว่า คอลลาเจน ช่วยอะไร การเติมเต็มผิวที่ขาดหายไป ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อย่าพลาดเรื่องราวดีๆ กับการมาเติมคอลลาเจนสู่ผิวกันดีกว่า สำหรับคนที่รักสวย รักงาม และรักสุขภาพ เชื่อว่าคงจะได้ยินชื่อของ คอลลาเจน ผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง ในรูปแบบของส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือบรรดาเครื่องสำอางต่างๆ โดยมีการกล่าวอ้างคุณสมบัติของคอลลาเจนกันอย่างมากมาย และแตกต่างกัน จนในบางครั้งอาจจะก่อให้เกิดความสับสน ถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของคอลลาเจนกันอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งบทความของในวันนี้ ก็อยากจะขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน เดินทางร่วมกันไปไขความลับของเจ้า คอลลาเจน ว่าแท้จริงแล้วคอลลาเจนมีสมบัติเช่นไรบ้าง super nano collagen. super nano collagen คอลลาเจน คืออะไร? ซุปเปอร์ นาโน คอลลาเจน คอลลาเจน ถูกค้นพบครั้งแรกในชวงกลางปี ค.ศ.1930 การค้นพบโครงสร้างของโมเลกุลในครั้งนั้น ทำให้ผู้ค้นพบได้รับรางวัลโนเบลเลยทีเดียว หลังจากการค้นคว้สวิจัยอย่างนาวนาน ในที่สุดรูปแบบของคอลลาเจนที่ได้รับการสนุปยอมรับก็คือ รูปแบบ “ฝ้าย” ในลักษณะคล้ายกับขดลวดสามขดเกลียวเข้าหากัน คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโนในร่างกายของมนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ที่เลี้ยงลูกด้วยนม ปริมาณของ คอลลาเจน ในร่างกายจะมีอยู่ที่ประมาณ 25-35% ของโปรตีนในร่างกาย โดยคอลลาเจนมีโรงสร้างที่เรียกได้ว่าแข็งแรงมาก สามารถพบได้ทั่วไปภายในร่างกายตามกระดูก รวมไปถึงเส้นเอ็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่ทำหน้าที่ช่วยทำให้ผิวมีความกระชับ อ่อนนุ่ม ความยืดหยุ่น และช่วยในการต่ออายุของเซลล์ผิวให้เสื่อมสภาพช้าลง นอกจากนี้ คอลลาเจน ยังมีอยู่ในทุกเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร หัวใจ ถุงน้ำดี ไต กระเพาะปัสสาวะ และคอลลาเจน ยังเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม เล็บมืออีกด้วย super nano collagen หน้าที่สำคัญของคอลลาเจน? คอลลาเจน เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างต่างๆของร่างกาย และยังทำหน้าที่ช่วยปกป้องโครงสร้างของผิว จากการถูกทำร้ายโดยแสงแดด มลพิษจากสิ่งแวดล้อม และสารพิษอื่นๆที่ก่อใหเกิดโรคทางผิวหนัง เป็นต้น เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนก็จะเริ่มลดน้อยลงตามไปด้วย เมื่อผิวได้รับความเสียหายในช่วงเวลานั้น จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชั้นผิวได้ง่าย เซลล์ที่เสียหาย และเสื่อมสภาพ super nano collagen จะทำให้เกิดริ้วรอยที่ผิวหนัง และความเสียหายในเส้นใยเอ็น ความยืดหยุ่นของข้อต่อลดน้อยลง เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวของคอลลาเจน ทำให้การเติมเต็มคอลลาเจนในร่างกาย ให้มีความสมบูรณ์อยู่เสมอนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะคอลลาเจนนอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรงปราศจากริ้วรอยแล้ว คอลลาเจนยังมีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการเสริมสร้างอวัยวะต่างๆ ให้มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน เราสามารถรับคอลลาเจนเสริมเพิ่มเติมได้จากการทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนประเภทต่างๆ หรือในบางครั้ง การเสริมคอลลาเจน โดยวิธีการรับประทานอาหารเสริมนั้น ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปหาซื้อ ตามหาอาหารที่มีส่วนประกอบของคอลลาเจนจำนวนมากๆ ได้เช่นกัน super nano collagen.

หลินจือมิน

หลินจือมิน นักวิจัยได้ค้นพบสารหลายชนิดในเห็ดหลินจือ

หลินจือมิน นักวิจัยได้ค้นพบสารหลายชนิดในเห็ดหลินจือที่ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด คือ Ganoderic Acid และ Lucidenic Acid ซึ่งสาร 2 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้แล้ว ยังป้องกันไม่ให้ไขมันอุดตันเส้นเลือดได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่ม Nucleotide ที่สามารถช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้อีกด้วยค่ะ ได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ญี่ปุ่นทดลองให้สารสกัดเห็ดหลินจือกับผู้ที่เป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง 70 ราย และทำการเก็บผลการทดลองหลังจากผ่านไป 3 เดือน พบว่าโคเรสเตอรอลของผู้รับการทดลองลดลงไปถึง 74% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลการวิจัยจากทั่วโลก และยังพบว่าเห็ดหลินจือนอกจากช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดแล้ว ยังส่งผลให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้นอีกด้วย ภาพไขมันในเส้นเลือด การที่เห็ดหลินจือสามารถจัดการกับภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงได้นั้น ได้รับการยืนยันจากนักวิจัยทั้งในญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และที่อื่นๆทั่วโลกแล้วว่าได้ผลจริงและไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเชื่ออีกต่อไป สุดท้ายนี้ก็ขอฝากไว้นะคะว่า ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงเป็นภาวะที่อันตรายเพราะสามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคน่ากลัวอื่นๆตามมาได้ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆตรวจเลือดแล้วพบภาวะนี้ก็ควรรีบจัดการตั้งแต่เนิ่นๆไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ หลินจือมิน. หลินจือมิน เพื่อนๆบางคนอาจสงสัยว่าโรคตับที่เห็ดหลินจือรักษาได้นี่หมายถึงโรคอะไรกันแน่ใช่ไหมคะ? โรคตับเป็นคำกว้างๆที่รวมโรคหลายอย่างเกี่ยวกับตับค่ะ เช่น ตับแข็ง มะเร็งในตับ และไวรัสตับอักเสบบี ก็ล้วนเป็นโรคตับทั้งสิ้น linhzhimin เห็ดหลินจือ Vs โรคตับ เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีสารสำคัญหลายกลุ่มที่มีฤทธิ์รักษาหรือบรรเทาโรคตับได้ครอบคลุมหลายโรค ดังนี้ สารกลุ่ม Polysaccharide ช่วยเสริมการทำงานของตับให้ดีขึ้นและป้องกันไม่ให้สารพิษเข้ามาทำลายตับ, กลุ่ม Triterpenoid สารกลุ่มนี้มีสารออกฤทธิ์หลักๆคือ Ganoderic acid และ Lucidenic acid ซึ่งช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว ต้านสารพิษ และช่วยหยุดการเติบโตของมะเร็งตับ, โปรตีน Lz-8 ช่วยรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี และสารกลุ่ม Germanium ซึ่งเป็นอีกตัวที่ช่วยรักษามะเร็งตับ หลินจือมิน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รายงานว่าเห็ดหลินจือสามารถรักษาโรคตับได้ และยังมีการจดสิทธิบัตรยาบำรุงตับตัวหนึ่งที่เกาหลีใต้ ซึ่งยาดังกล่าวมีส่วนประกอบของสารกาโนโดสเทอโรนในเห็ดหลินจืออีกด้วย สุดท้ายนี้ถ้าเพื่อนๆสงสัยว่า เอ…ถ้าไม่ได้เป็นโรคอะไรเกี่ยวกับตับแล้วจะยังทานเห็ดหลินจือได้หรือเปล่า? คำตอบคือได้ค่ะ เห็ดหลินจือไม่ได้รักษาโรคตับได้อย่างเดียว แต่ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ฯลฯ ได้อีกมากมายตามที่เขียนไว้ในบทความเห็ดหลินจือรักษาโรคในเว็บไซต์นี้ หรือจะทานแบบถือคติ กันไว้ดีกว่าแก้ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใดค่ะ โรคภูมิแพ้คือโรคที่ร่างกายแพ้สารบางอย่างที่คนทั่วไปไม่แสดงอาการแพ้ เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดสนิทได้ ภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ในเด็กอายุ 5-15 จะพบโรคนี้ได้มากสุด เห็ดหลินจือแนะนำ 8394347843 เมื่อร่างกายได้รับสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้สักอย่างหนึ่ง ร่างกายจะหลั่งสาร Histamine ออกมา ซึ่งสารตัวนี้จะไปทำให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ เช่น การเกิดผื่นคันหรือตุ่มตามตัว เพราะฉะนั้นถ้าเรายับยั้งการหลั่งสาร Histamine นี้ ก็จะทำให้ร่างกายไม่แสดงอาการแพ้ออกมา นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารสำคัญหลายตัวในเห็ดหลินจือที่สามารถจัดการกับอาการแพ้จากโรคภูมิแพ้ได้โดยตรง ด้วยการยับยั้งการผลิตสาร Histamine ไม่ให้ถูกผลิตออกมา สารสำคัญดังกล่าวคือ สารกลุ่ม Polysaccharide และสารกลุ่ม Triterpenoid ชนิดขม(Bitter Triterpenoids) โดยสารกลุ่ม Polysaccharide จะยับยั้งการผลิต Histamine ได้ด้วยการทำให้สาร Interleukins และสาร Immunoglobulin ในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งสองตัวนี้จะไปต้านสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ส่วนสารกลุ่ม Bitter Triterpenoids จะยับยั้งกระบวนการผลิตสาร Histamine ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้(27 มิ.ย. 56) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เชิญชวนคนที่เป็นโรคหรือมีอาการที่เป็นภูมิแพ้ให้เข้าร่วมการทดสอบรักษาด้วยการใช้เห็ดหลินจือ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย! สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กลิงค์ข้างบนได้เลยค่ะ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เพื่อนๆที่กำลังอ่านอยู่คงเข้าใจและเห็นด้วยกันทุกคนใช่ไหมคะ แต่เพื่อนๆอาจกำลังสงสัยกันอยู่ว่า แล้วจะต้องทำยังไงให้ไม่ป่วยหล่ะ? คำตอบคือ หลินจือมิน ทำให้ตัวเพื่อนๆเองมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงไงหล่ะคะ! ซึ่งก็จะเป็นผลพวงจากการดูแลสุขภาพ…

l-gluta berry plus

l-gluta berry plus สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเราเองก็เป็นคนนึงที่

l-gluta berry plus สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเราเองก็เป็นคนนึงที่อยากผิวขาวมากๆ เพราะอยากน่ารัก อยากดูดี อยากให้มีคนมาชื่นชม เราสังเกตเห็นว่าสาวๆที่หน้าตาน่ารัก พวกเน็ตไอดอลทั้งหลาย ก็จะออกแนวขาวๆ เกาหลี ซะเป็นส่วนใหญ่ ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ความแรงของแดดพุ่งทะลุกว่า 40 องศา ทำให้ประชาคนคนไทยค่อนข้างที่จะมีสีผิวไปในทิศทางเดียวกับแสงแดด ดังนั้นคนที่มีผิวขาวใสจึงมีจำนวนน้อยกว่าหลายเท่า จึงกลายเป็นจุดเด่น รวมทั้งเป็นค่านิยมในสมัยนี้หลายๆคนชอบบอกว่าอยากขาวอ้ะ อยากขาวทําไง ทําไงให้ขาว วันนี้เราเลยจะมาเขียนบทความถึงวิธีทําให้ผิวขาวถาวรนั้น ต้องทำอย่างไร ให้ขาวแบบธรรมชาติจริงๆ ไม่ขาวโบ๊ะ ขาวแล้วไม่กลับมาดำอีก โดยที่ไม่เสียเงินเเพงๆเพื่อฉีดกลูต้า ไม่ต้องกินยาเสริมผิวขาวใดๆทั้งสิ้น ต้องบอกไว้ก่อนว่าเมื่อก่อนเราก็เคยผิวคล้ำมากๆ หรือที่ใครๆเรียกว่าดำนั่นแหละ และเราลองมาสารพัดวิธี หมดเงินไปเยอะมากๆเพื่อความขาว ซึ่งหากเพื่อนๆทำตามวิธีเหล่านี้ได้ทั้งหมด รับรองว่าผิวของเพื่อนๆจะขาวขึ้นมากอย่างแน่นอน l-gluta berry plus. l-gluta berry plus วิธีทําให้ผิวขาวถาวร 3 เดือน เห็นผลชัดเจน แอล กลูต้า เบอร์รี่ พลัส ก่อนอื่นอยากให้เพื่อนๆดูผิวเราก่อนที่เราจะเริ่มทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ ว่าที่จริงแล้วเราไม่ได้เป็นคนขาวเลย อยากที่บอกว่าผิวเราดำมาก แต่เราดูแลตัวเองจนสามารถมีผิวขาวขึ้นได้ บอกเลยว่าเคยลองมาหลายวิธีแล้วทำมาหมดตั้งแต่การซื้ออาหารเสริมมากิน การขัดผิว จนเกือบจะฉีดผิวอยู่แล้ว เพียงแต่คิดถึงผลเสียที่อาจจะตามมา รวมทั้งถ้าขาวด้วยการฉีดแล้วก็ต้องกลับมาดำอีก ก็เลยไม่เอาดีกว่า จนมาพบทางสว่าง ขั้นตอนที่ 1 : หยุดออกแดด พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุดนะคะ เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวดำลง หากไม่หยุดออกแดด แม้จะทาครีมที่ดีที่สุด หรือฉีดกลูต้าอย่างหนัก ก็ไม่สามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ l-gluta berry plus ขั้นตอนที่ 2 : เริ่มบำรุงผิวให้ขาว ด้วยการอาบน้ำด้วยสบู่ และตามด้วยการทาครีมที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง เราใช้สบู่ผิวขาว New York White Ever (เพราะตั้งแต่เราใช้มา ตัวนี้ได้ผลดีที่สุดค่ะ) สบู่นี้มีทำมาจากสารสกัดธรรมชาติแท้ 100% ซึ่งจะช่วยผลัดเซลล์ผิว และปรับสีผิวให้ขาวขึ้นเรื่อยๆ ต้องใช้เวลาสักพัก เราใช้ประมาณเดือนกว่าๆแหน่ะถึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจน แล้วทุกครั้งจากที่หลังอาบน้ำเสร็จเราจะทาโลชั่นต่อทันที(ของยี่ห้อเดียวกัน เห็นผลสุดๆ) อ่อ…ระหว่างอาบน้ำถ้าใช้สบู่ตัวนี้ขี้ไคลจะหลุดออกง่ายขึ้นมาก ก็ให้ถูขี้ไคลออกเลย แบบนี้แหละแสดงว่ามาถูกทาง ผิวจะค่อยๆขาวใสขึ้นอย่างชัดเจน ขั้นตอนที่ 3 : ตอนเช้าทุกวันเราจะทาครีมกันแดด ถึงแม้จะไม่ออกจากบ้านก็ตาม ถ้าต้องออกจากบ้านเราจะใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป แต่หากอยู่ในบ้านจะใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 15 เท่านั้น เวลาทาครีมทั้งโลชั่นทาผิวขาว และครีมกันแดด ทาไปเยอะๆเลยไม่ต้องกลัวเปลือง เพื่อความสวยเราต้องลงทุนค่ะ ทาให้เต็มที่เพื่อให้ครีมกันแดดได้มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวอย่างทั่วถึง เราทำแบบนี้ทุกวัน พอได้ประมาณ 1 เดือนเศษๆก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ตอนแรกผิวจะใสขึ้นก่อน ส่วนความขาวอย่างเห็นได้ชัดจะเริ่มตามมาในเดือนที่สองถึงสาม ซึ่งช่วงหลังๆก็มีบ้างที่เราขี้เกียจทาครีม เราก็ใช้แค่สบู่ผิวขาวอาบน้ำเช้าเย็น เราทำแค่นี้แหละ ไม่ต้องไปซื้อครีมแพงๆ หรือไปฉีดกลูต้าที่ดูน่ากลัว เสี่ยงต่อการตับไตพังเลย อยากให้เพื่อนๆลองเอาไปทำตามกันดู จะบอกอีกอย่างหนึ่งว่า อยากขาวต้องอดทนนะจ๊ะ ***ข้อสำคัญ เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจนแล้ว ว่ามีผิวที่ขาวขึ้น ขอให้เพื่อนๆพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างจริงจังเลยนะคะ ยิ่งคนที่ดำจากกรรมพันธุ์ การที่ทำให้ผิวขาวขึ้นได้เป็นเรื่องยากแล้ว แต่การรักษาผิวขาวไว้ได้เป็นเรื่องที่ยากกว่า หากโดนแดดหนักๆจนผิวกลับมาคล้ำอีก การจะกลับไปขาวแบบช่วงที่เริ่มบำรุงผิวใหม่ๆ ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม หากเพื่อนๆต้องการ 2 ขั้นตอนดูแลผิวหน้าก่อนนอนให้สวยใสได้ทุกวัน ก่อนนอนเป็นช่วงเวลาที่ผิวหน้าของเราเตรียมพร้อมกับการพักผ่อน และได้ฟื้นบำรุงตัวมันเองมากที่สุดช่วงเวลาหนึ่ง ดังนั้น จำเป็นอย่างมากทีเดียวที่สาวๆ ควรให้การใส่ใจผิวในช่วงเวลานี้ l-gluta berry…

de white gluta

de white gluta วิธีทําให้ผิวขาวด้วยตัวเอง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ

de white gluta วิธีทําให้ผิวขาวด้วยตัวเอง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ นอนระหว่าง 3 ทุ่มถึงตี 4 และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง การนอนดึกจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมโทรม อายุสั้นลง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบภูมิคุ้มกันโรคทำงานไม่เป็นปกติ ทำให้มีสุขภาพผิวที่ไม่ดีตามมา ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อสุขภาพผิวที่ดี เปล่งปลั่ง สดใส เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล สิ่งสกปรกใต้ผิว รวมถึงสารพิษออกมา และยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ผิวใสไม่มีสิวอีกด้วย ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำจะช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวดูสดใส ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นไม่เหี่ยวย่น รับประทานผักผลไม้สดเป็นประจำ ทำให้ผิวสวย ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ส้ม มะเขือเทศ แตงโม มะนาว ฝรั่ง ฟักทอง เป็นต้น รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารที่มีคอลลาเจน ขับถ่ายให้เป็นปกติ จะทำให้ผิวพรรณและหน้าตาดูสดใสขึ้น ทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส ช่วยลดความเครียด และยังช่วยชะลอวัย ทำให้ผิวมีสุขภาพดีได้ด้วย งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย การอบไอน้ำช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนได้ มีผลทำให้ผิวดูสะอาด สดใสเปล่งปลั่ง de white gluta. de white gluta วิธีทําให้ผิวขาวด้วยตัวช่วยเสริม ดีไวท์ กลูต้า ครีมกันแดด หากจะกล่าวว่า “ถ้าคุณอยากขาว แต่คุณไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ไปเกิดใหม่จะง่ายกว่า” ก็คงจะไม่ผิด เพราะมันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในบรรดาเครื่องสำอางแล้ว! และคุณควรมีพกติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะต้องทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง รวมไปถึงแว่นกันแดดและร่มป้องกันแสงแดดและแสงยูวีด้วย และครีมกันแดดควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานด้วย แม้จะอยู่ในบ้านหรือในร่มอย่างน้อย ๆ กันแดดต้อง SPF 15 ขึ้นไปถึงจะ “เอาอยู่” ถ้าออกแดดจัด ๆ ก็ควรใช้ SPF 50 ขึ้นไป เชื่อได้เลยว่า คุณจะขาวขึ้นแน่นอนโดยไม่ต้องเสียเงินใช้ครีมแพง ๆ เลย de white gluta วิธีทำให้ผิวขาว วิตามินซี “หากเลือกอาหารเสริมได้เพียงอย่างเดียว สิ่งที่คุณจะต้องเลือก คือวิตามินซีและวิตามินซีเท่านั้น” เพราะวิตามินซีทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เนียนนุ่ม และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยบนผิวอีกด้วย วิธีทำให้ผิวขาว คอลลาเจนจากอาหารเสริม เพื่อสุขภาพที่ดีของผิวพรรณ เสริมความเรียบตึงให้กับผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ เปล่งปลั่งสดใส สุขภาพผิวแข็งแรง เครื่องสำอางบำรุงเพื่อผิวขาว เช่น ไวต์เทนนิงต่าง ๆ โดยควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่จดทะเบียน อย. เรียบร้อยแล้วเพื่อความปลอดภัย เพราะมีเครื่องสำอางไม่มี อย. จำนวนมากที่มีส่วนผสมของสารปรอท และสารฟอกขาวที่เป็นอันตรายต่อผิว วิธีทำให้ผิวขาว น้ำนมสำหรับทาผิว ก็ช่วยทำให้ผิวขาวได้ด้วย โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง วิธีทำให้ผิวขาว ด้วยน้ำนมบำรุงผิว วิธีทําให้ผิวขาวด้วยกลูต้าไธโอน กลูต้าไธโอนทำให้ผิวขาวได้จริงหรือไม่ ? ตอบ จริง 100%…